บทที่ 10 แนวคิดมหาวิทยาลัยชีวิต
โดย วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์
หลังจากฟังคำทำนายของหมอดูจนจบ ประเสริฐถึงกับคิดหนัก
คิดกลับไปกลับมาจนถึงกับปวดหัว
นั่นเอง...จึงทำให้เขาตัดสินใจกลับกรุงเทพอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อเข้าสู่พิธีวิวาห์ แต่เข้ากรุงเทพเพื่อศึกษาต่อให้จบ
ในเวลานั้นประเสริฐติดอยู่อีก 4 วิชา คิดเป็น 12 หน่วยกิต
ชุดรับปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยรามคำแหง
คุณอาจจะตกใจ เมื่อทราบว่าคุณประเสริฐใช้เวลาศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงตั้งแต่ปี พ.ศ.2518-2532 รวมทั้งสิ้น 13 ปี ขณะนั้นคุณประเสริฐมีอายุ 33 ปี
แต่อย่าตกใจไปเลย...
เพราะว่าใน “มหาวิทยาลัยชีวิต” คุณประเสริฐเรียนจบมานานแล้ว แถมยังกับได้ “ดุษฎีบัณฑิต” อีกต่างหาก เขาเจนจบมหาวิทยาลัยชีวิตอย่างโชกโชน เทียบเท่าประสบการณ์ของเขาสอนเราว่า “ไม่มีใครแก่เกินเรียน”...
ประเสริฐมีความชำนาญพิเศษในเรื่องการปรับตัว และการเข้าสังคม ซึ่งเป็น “ผลพลอยได้” จากการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย
รวมไปถึงการทำมาค้าขายก็ได้มาจากการทำร้านไอศครีม
สำหรับคนอื่น ตอนเรียนอาจคิดว่าเรียนอย่างเดียวก็หนักหนาสาหัสพอแล้ว ขืนทำกิจกรรมด้วย คงไม่มีเวลาเรียนหนังสือ...
“แต่ผมทำกิจกรรมไปด้วย เรียนไปด้วยก็เรียนไปถึง 13 ปี เพราะเรื่องการเมือง และบางทีก็ขี้เกียจ ตอนทำกิจกรรมก็ต้องคิดเรื่องหาเงิน เพราะเป็นเหรัญญิก พรรคพวกเพื่อนฝูงต้องใช้เงิน เราก็ต้องหาวิธีหาเงิน ตั้งโปรแกรมการหาเงินไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ดังนั้นพอเลิกกิจกรรม ผมก็เลยต้องคิดต่อทันทีเลยว่า...จบไปแล้วก็จะทำมาหากินอะไร และอย่างไร
ภาพวงศาคณาญาติส่วนหนึ่งของประเสริฐ เพชรมุณี
เมื่อผู้สัมภาษณ์ยิงคำถามเรื่องครอบครัว และพี่น้องของเขา ว่าเขาคือคนที่มีชีวิตโชกโชนที่สุดใช่หรือไม่
เขาตอบทันทีว่า...
“ใช่...ผมแกร่งที่สุด คนอื่นเขาเรียนจบปุ๊บ ก็เข้าทำงาน ทำงานปั๊บก็แต่งงาน สร้างฐานะและครอบครัว มีลูกมีหลานอะไรก็ว่ากันไปตามเรื่อง”
ประเสริฐ เป็นคนชอบเรียนรู้ และรักการท้าทายมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการเรียนช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายของเขาจึงเป็นช่วงของการเรียนรู้ และการศึกษาด้วยตนเองมากกว่าการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
“หลักสูตรใหม่ไม่บอกว่า F = ma โดยตรง แต่ให้เราทดลองโดยใช้กระดาษและเครื่องมือจริงๆ หรือกรณีการนับเชื้อราก็ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดู นับเชื้อราจริงๆ ภายใต้กล้องฯนับจำนวน การเพิ่มจำนวนของเชื้อรา แล้วจึงนำมาพล็อตกราฟ เป็นการแสดงให้เห็นอัตราการเจริญของเชื้อรา ขนาดนิวตันบอก F = ma เรายังไม่เชื่อเลย นั่นแหละคือความท้าทาย และจุดประกายให้เราใฝ่รู้”
เซอร์ ไอแซค นิวตัน
เชื้อราเพนนิซิเลียม (Penicilliam) คือจุลชีพที่นำประเสริฐสู่โลกกว้างในองค์ความรู้ด้านปศุสัตว์ที่เขามีความชำนาญในปัจจุบัน
เขากล่าวต่อไปว่า... “การเรียนหลักสูตรใหม่นี่ เราต้องลงมือทำก่อน แล้วจึงค่อยมาเชื่อในภายหลัง ดังนั้นในระบบคิดของผม ผมจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ก่อน ถ้าผมไม่ได้ผ่านจุดนั้นมาด้วยตัวเอง เหมือนเรื่องประชาธิปไตยนี่ก้อเหมือนกัน เราไม่รู้หรอกว่ารูปร่างหน้าตามันเป็นอย่างไร เราต้องไปประท้วงก่อน เราถึงซาบซึ้งกับคำว่าประชาธิปไตย เราจึงถึงบางอ้อว่าจริงๆ แล้วมันเป็นอย่างไร อะไรดี อะไรไม่ดี...”
ดูเหมือนคุณประเสริฐจะอารมณ์ดี และภาคภูมิใจเป็นพิเศษกับการได้เล่าเรื่องตอนอยู่ป่า...
“ทุกอย่างเราต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ทุ่มเท เกิดมาเราไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ ต้องต่อสู้ถึงจะได้ครอบครอง ตอนออกจากป่าใหม่ๆ มีเพื่อนคนนึง เขาหวังดีบอกผมอย่างจริงใจว่า “เฮ้ย! เรื่องอยู่ป่าของมึงนี่ มึงเลิกเหอะ เลิกได้แล้ว อย่างมึงนี่ ได้ปริญญาเอกแล้ว คนอื่นเขาได้ปริญญาเอกเพราะเรียนในหลักสูตร แต่มึงลงมือทำจริง เข้าขั้นเทพแล้ว” ช่วงที่เพื่อนคนนั้นพูด ผมยังคาราคาซังกับการเรียนรัฐศาสตร์ ไม่รู้หรอกว่าไอ้คำว่า “ประชาธิปไตย” กับ “การปกครอง” อะไรทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี่มันเป็นอย่างไร”
ขบวนการพลีชีพเพื่อชาติ
บรรยากาศรกครึ้มในป่า
“มันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือที่มีอยู่ในหนังสือ แต่เราเอาชีวิตทั้งชีวิตไปแลกมาจนสรุปได้แล้วว่า ประชาธิปไตยมันเป็นยังไง ครึ่งใบหรือไม่ใช่ครึ่งใบ หรือเต็มใบยังไง”
“เสี่ยงทั้งชีวิต คิดว่าคุ้มไหมครับ” ผู้สัมภาษณ์ถาม
“ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่อง คุ้มหรือไม่คุ้ม ตอนนั้นจำได้เพียงว่าใครพูดอะไรยังไง เราก็ไม่เชื่อ ไม่เชื่อใครง่ายๆ”
“แล้วถ้าเป็นตอนนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปถึงตอนนั้น คิดยังไงครับ”
“ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงความเป็นหรือความตาย คิดว่าตัวเองเป็นคนขบถทางความคิดมากกว่า อะไรที่อยู่ในหนังสือ หรือคนเล่าให้ฟัง ไม่เชื่อทั้งนั้น (ซึ่งอันตรายมาก) เราจำเป็นต้องทดลองเองก่อน เราถึงจะเชื่อ การทดลองทางวิทยาศาสตร์นั้นเป็นคนละเรื่องกับที่เราไปทดลองมา การเรียนรู้ในเรื่องสังคมหรือว่าเรื่องของระบบการเมืองการปกครองเป็นเรื่องที่เราต้องไปประท้วง เอาชีวิตเข้าไปแลก”
“นั่นทำให้เราเข้าใจถึงจิตวิญญาณโดยตรงจริงๆ ใช่ไหมครับ”
คุณประเสริฐยิ้มเล็กๆ ก่อนพูดว่า...
“ใช่แล้ว...ทุกอย่างถูกซึมซับเข้ามาอยู่ในตัวเราทีละนิด ทีละน้อย สุดท้ายก็ซึมซับจนเราสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณ พอช่วงหลังมีโอกาสได้มาทำธุรกิจเอง จึงพบว่าเราต้องสร้าง Joint venture กับเขา พบกันคราวแรกเราจะไม่เชื่อก่อน จนกว่าเราคบกันวันหนึ่งยาวๆ แล้วเราเริ่มรู้จักกันมากขึ้น เราถึงจะเชื่อ เวลาที่เราเจรจาธุรกิจเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจู่ๆ เราจะเชื่อทั้งหมดที่เขาพูด เราต้องมีระยะเวลาที่มาเรียนรู้กัน”
“ความรู้ ความจำของผมมีส่วนช่วยในเรื่องของการคบคน การคุมคน ทำงานร่วมกันเป็นทีมใหญ่ๆ อะไรแบบนี้”
รูประบบความคิดในเนื้อสมอง แสดงให้เห็นถึงสมองทั้ง 3 ส่วน ดังนั้น การเป็นอัจฉริยะไม่สามารถสร้างได้ คนผู้นั้นต้องเกิดมาพร้อมกับความเป็นอัจฉริยะก่อน จึงจะเป็นอัจฉริยะได้ เราสร้างอัจฉริยะไม่ได้ แต่เราสามารถฝึกฝนให้คิดเก่ง จำแม่น ทำงานเก่งได้ เพราะฉะนั้น การเป็นอัจฉริยะไม่สามารถสร้างได้
คุณประเสริฐเป็นคนที่นับว่ามีความทรงจำแม่นยำมาก...เขาได้เล่าถึงความสามารถในการจำว่า...
“ผมเป็นคนแปลกอยู่อย่างหนึ่ง อะไรที่ประทับใจและผ่านไปแล้ว พอนึกย้อนไปจะจำได้ไม่มีวันลืมเลือน สิ่งนั้นจะถูกผนึกแน่นลงในเนื้อสมองของเรา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะพูดถึงหรือไม่ คิดถึงหรือไม่...”
“บางครั้งเวลาเรามองย้อนไป อย่างบางทีเตี่ยเอาเข็มขัดฟาดเราอะไรทำนองนี้ พอระลึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น ก็...อืมม์จำได้ แต่ถ้าถามว่าพอถึงขณะนี้ เรายังโกรธหรือเกลียดพ่อมั้ย ประเด็นตรงนี้ไม่มี แต่ว่าจำได้ ตอนนั้นพ่อฟาดด้วยหัวเข็มขัดโรงเรียนของเราเอง พอย้อนไปก็คิดได้ว่า พ่อสั่งสอนเพราะอยากให้เราได้ดี เรื่องนี้เราถึงจำได้ ระลึกได้ เพราะมันผนึกในสมองเราอย่างแน่นหนาเลยทีเดียว”
“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเข้าโรงเรียนปีไหน เข้าป่าปีไหน เรียนรามฯ ปีไหน พอเราลองเปิดฝากล่องความทรงจำ เราจะบอกปี พ.ศ.ได้แม่นยำ เป็นความทรงจำที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องจำ”
“เกิดขึ้นเอง”
“ใช่...แต่ไม่ใช่เป็นพหูสูต”
“ความจำในชีวิตมีประโยชน์อย่างไร”
“โอว...มีประโยชน์มากมายเลย เป็นอุทาหรณ์สอนใจ เป็นการกะคำนวณตัวเลขโดยประมาณ จำได้ หมายรู้จึงทำให้เรามีประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้น เยอะแยะมากมาย ถ้าเราเป็นคนมีความจำไม่ดี เวลาที่เราทำผิด มันก็จะผิดซ้ำซากอยู่อย่างนั้น...”
“นอนไม่หลับบ้างไหมครับ”
“ไม่มีนะ นอนหลับปุ๋ยสบาย ปกติถ้าไม่มีธุระปะปังอะไรจะเข้านอนตอนห้าทุ่ม เที่ยงคืน พอสักตีสี่ก็ตื่นแล้ว”
“นอนพอไหม”
“คิดว่าพอ”
การจัดแสงและเงาในห้องนอนเพื่อให้กินอยู่หลับนอน
ได้ง่ายและสุขสบาย
“คิดว่าตนเองโชคดีไหมกับการเป็นคนหลับง่าย ตื่นง่าย”
“โชคดีมาก” ประเสริฐตอบยิ้มๆ
ปริญญาจากมหาวิทยาลัยชีวิตของคุณประเสริฐเป็นอุทาหรณ์สอนใจที่ดี บางครั้งโชคชะตาก็เล่นล้อกับเขา ล่อลวงให้เขานึกทะนงว่า สามารถกอบโกยเอาดวงดาวบนท้องฟ้ามาโปรยเล่น แต่บางครั้งชะตาก็เฆี่ยนกระหน่ำเขาจนไม่อาจเอื้อม แม้แต่จะคิดว่า เรานี่หนอกำลังยืนอยู่บนพื้นดินเดียวกับผู้อื่น...
นี่เป็นการเล่นล้อกับดวงชะตา ซึ่งเป็นหนทางเฉพาะของประเสริฐ เพชรมุณีคนเดียวเท่านั้น...
