บทที่ 4 แวว “หนุน” ส่ง
โดย วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์
ถ้าเรื่องของ “แวว” เป็นความจริง
ก็นับว่า ชีวิตดุจเรื่องผจญภัยของประเสริฐ เพชรมุณีนี้ย่อมได้รับการถ่ายทอดผ่านทาง “สายโลหิต” ไม่มากก็น้อย
ประเสริฐสืบทอดการดิ้นรน---ต่อสู้ชีวิตมาจากอาผ่อนี้เอง
นั่นเพราะ “รหัสพันธุกรรม” ของอาผ่อ ปะปนอยู่ในเลือดนักสู้ของประเสิรฐไม่เสื่อมคลาย
เพราะพันธุกรรม แปลว่า กรรมอันเกิดจากสายพันธุ์ และสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ดังความจริงทางวิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบัน
สายดีเอ็นเออันสลับซับซ้อนเป็นรูปขั้นบันไดเกลียวคู่ (Double Helix)
เมื่ออาผ่อถูกโกงเพราะเหตุการณ์นั้นเองสอนให้อาผ่อซาบซึ้งใจดีว่า “เงินทองเป็นของบาดใจ”
ลองต้องมีการแย่งชิง ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งต้องเสียเลือดเสียเนื้อเสมอทุกครั้งไป
ประเสริฐเองก็เรียนรู้เรื่อง “คุณค่าของเงิน” มาจากอาผ่อไม่มากก็น้อย
ความร่ำรวยของประเสริฐ เพชรมุณีในปัจจุบัน มิใช่การคาบช้อนเงินทองมาแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะการแสวงหาช่องทางของตนเอง โดยอาศัยประสบการณ์ในอดีตทั้งหลายทั้งปวงเป็นตัวช่วย อีกทั้งยังต้องมี “คนหนุน” ในเบื้องหลังการถ่ายทำอีกต่างหาก
เรื่องอาม่าโดนโกงนี้ เป็นเรื่องที่ติดตาติดใจประเสริฐไม่เสื่อมคลาย
มันเป็นเรื่องโบราณระหว่างบรรพชนกับบรรพชน ซึ่งคุณประเสริฐเองก็มองว่าเป็นเรื่องอดีตกาล ระหว่างคนรุ่นนั้นกับคนรุ่นเดียวกัน
เขาไม่เคยผูกใจเจ็บ
ไม่เคยคิดจะไป “ทวงหนี้” ค่าที่ดินก้อนนั้นคืนมา
เรื่องนั้นได้ผ่านไปแล้ว
ถึงคิดจะ “ทวง”
แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะทวงได้สำเร็จ
คงเป็นดวงชะตาของอาม่าเอง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญหนี้ก้อนนั้นไป
บรรยากาศร้านกาแฟยุคใหม่ในตลาดกิมหยง
อาม่าหรืออาผ่อ ถือเป็นไอดอล (Idol) ของประเสริฐ
ทุกครั้งที่เล่าถึง อาผ่อ ประเสริฐจะลืมตัวทำตาเป็นประกายแวววาว...
เขาเล่าเรื่องของอาม่าต่อไปอีกว่า...
“อาม่าเป็นคนไม่รู้หนังสือ ทำมาหากินไปตามประสาที่หาดใหญ่หลังจากอากงตาย อาม่าก็สู้ชีวิตพร้อมลูกสาว 2 คนที่หาดใหญ่นั่นเอง...
อากงสั่งเสียอาม่าไว้ว่า...
“ถ้าอั๊วตายไปแล้วมีปัญหา ให้ลื้อไปปรึกษากับเถ้าแก่ชีกิมหยง เขาเป็นคนกวางตุ้งเหมือนกัน ไปขอพึ่งพาอาศัยเขาได้ เขาเป็นคหบดีใหญ่ที่ตลาดหาดใหญ่...
ซึ่งตอนหลังอาม่าก็บากหน้าไปพึ่งเขาจริงๆ
ตลาดกิมหยงเป็นตลาดสำคัญแห่งหนึ่งในสงขลา มีสถานที่ตั้งอยู่ในใจกลางนครหาดใหญ่ ถนนศุภสารรังสรรค์ มีอายุ 50 ปี ปัจจุบันดำเนินกิจการในรูปบริษัท ผู้ถือหุ้นคือพ่อค้าแม่ขายในตลาดนั้นเอง บริหารจัดการโดยบริษัทหาดใหญ่สหนำแสงจำกัด และบริษัทหาดใหญ่สหนานยงจำกัด โดยได้ซื้อกิจการมาจากกองมรดกชีกิมหยงตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 ชีกิมหยงผู้นี้คือคหบดีคนที่อากงของประเสริฐอ้างถึงนั่นเอง
อากงและอาม่าของประเสริฐ
เถ้าแก่ชีกิมหง
บรรยากาศตลาดหาดใหญ่
ชีกิมหยงมอบหมายงานให้อาม่าของประเสริฐเป็นแม่บ้าน คอยปัดกวาดเช็ดถูและดูแลบ้านให้เขา...
“...เพราะบ้านเค้าหลังใหญ่มาก เบ้อเร่อ เบ้อร่ายังกับวัง ต้องอาศัยคนดูแลเยอะ”
คุณประเสริฐเล่าถึงอาผ่อของเขาเองด้วยความคารวะรำลึกถึง ดวงหน้าเปี่ยมสุข และฉายแววเป็นประกาย
สำหรับอดีตของอาม่าเป็นเรื่องสนุกสนาน ท้าทายสำหรับเขาเสมอ เรื่องราวของเขาแต่หนหลังของอาผ่อ เป็นแรงหนุนส่งให้เขาได้มายืน ณ จุดนี้ อย่างในปัจจุบันนี้ ประเสริฐมั่นในว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ...
“ผมคิดว่า...ผมมีเลือดนักสู้มาจากอาผ่อนี้เอง”
ไพ่นกกระจอก กบดำกบแดง
“อาม่าของผมรับหน้าที่เลี้ยงลูกให้กับเถ้าแก่คนนั้นอยู่ได้พักใหญ่ สักพักหนึ่งอาม่าก็เกิดปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมาว่า...ถ้าเรายังอยู่กับเถ้าแก่ต่อไปลูกสาวของเราทั้งสองคน ก็คือแม่ผมกับอาอี๊ก็ต้องไปเลี้ยงลูกให้เขาอีก จมปลักดักดานอยู่กับการเป็นคนรับใช้ ไปไหนไม่รอด รวมถึงการดูแลเก็บกวาดทุกอย่างภายในบ้านเถ้าแก่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อาม่าคิดและบอกตัวเองว่า เราต้องการอิสระและเสรีภาพ รุ่นลูก รุ่นหลานจะได้อยู่ดีกินดีมากกว่าเดิม ไม่ใช่ดักดานเป็นคนรับใช้อยู่อย่างนี้...”
“อาม่าจึงมีความคิดอยากทำมาค้าขาย แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า แกนับตัวเลขไม่เป็น ไม่รู้จะนับยังไง แต่สงสัยดวงดี เพราะมีคนหนุนส่ง ช่วยเหลืออาม่าโดยการสอนเล่นไพ่ทั้งป๊อกเด้ง กับกบดำกบแดง อาม่าก็เลยติดใจ ตอนหลังแกเลยนับเลขเก่ง แถมยังเล่นไพ่เก่งอีกด้วย...คนสมัยนั้นบวก ลบ เลขโดยการดีดลูกคิด...”
ลูกคิดรางแก้ว…
ภาพเปรียบเทียบระหว่างลูกคิด (ซ้าย) เครื่องคิดเลข (กลาง) และคอมพิวเตอร์ (ขวา) ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าในอนาคต เครื่องคำนวณจะมีหน้าตาแตกต่างจากในอดีตและปัจจุบันมากน้อยเพียงไร...
“แล้วอาม่าของผม ก็เลยติดไพ่แทนการค้าขาย เพราะการเล่นไพ่กบดำ กบแดงอะไรทำนองนี้มันต้องมีการประกบกัน อีกทั้งยังต้องชำนาญการบวกลบเลขเก่งพอสมควร แต่แทนที่จะค้าขาย อาม่าเลยมั่วอยู่กับการเล่นไพ่ กลายเป็นติดไพ่แทน...ตอนแรกคิดเรียนบวกเลขเพื่อค้าขาย พอติดไพ่จึงลืมความตั้งใจเดิมจนหมดสิ้น ตามประสาคนแก่...”
“ตามประสาคนแก่” คุณประเสริฐเน้น “คนแก่มีเวลาว่างเหลือเยอะ”
“ตอนนั้นอาม่ารับจ๊อบโดยการทำขนมครกขาย มีเงินเท่าไหร่อาม่าเสียไปกับการเล่นไพ่นกกระจอก กับกบดำกบแดงจนหมด”
ภาพคนแก่กับการพนัน ในบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง
ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
“ถือว่าอาม่าเปิดร้ายขายขนมครกสำเร็จ โดยได้ไพ่มาเป็นของแถม” คุณประเสริฐเล่าไปหัวเราะไปด้วยน้ำเสียงสนุกสนานและเป็นกันเอง
เขาไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่าอายจริงจังต้องปกปิด
แต่...เป็นวีรกรรมอย่างหนึ่งของอาม่า
เป็นเรื่องการผจญภัยของคนจีนโพ้นทะเลในไทย ในช่วงเวลานั้น...
คุณประเสริฐเล่าให้ฟังต่อไปว่า...
“ไปๆ มาๆ ตอนนั้นอาม่าก็เลยขายขนมครกไม่สำเร็จ ซึ่งแม่ของผมกับอาอี๊เริ่มโตเป็นสาวสะพรั่ง จำเป็นต้องประกอบอาชีพขายขนมครกแทนอาม่า แถมยังมีคนมาสอนเพาะถั่วงอกลงบนแปลงดินในที่พัก พี่น้องสองคนก็เห็นดีเห็นงาม เพาะจนถั่ว “งอก” แล้วก็เอาไปขายที่ตลาด อาม่าเลยหันมาสนใจเพาะถั่วงอกแทนการเล่นไพ่...อาม่าเพลิดเพลินกับการเพาะถั่วงอกมาก จนลืมเรื่องราวของไพ่จนเสียสนิทใจ...”
“ขืนยังเล่นไพ่ ขายขนมครกได้เท่าไหร่ไปลงที่ไพ่จนหมดจนสิ้น นี่เป็นส่วนของรากเหง้า กว่าจะมาเป็นคนรุ่นผม คนรุ่นลูกผม หลานผม ต้นตระกูลเคยลำบากมากมาก่อน...”
“ถ้าจะว่าไปอาม่าถือว่าเป็น Idol ได้ไหม”
“ผมก็คิดว่าอย่างนั้น อาม่าเป็นต้นแบบที่ดีของผม---ยกเว้นเรื่องเล่นไพ่...” คุณประเสริฐหยอดทิ้งท้าย ด้วยสายตาเป็นประกายแจ่มจรัส...

No comments:
Post a Comment